บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันที่ 24 ตุลาคม 2566

Create at 7 months ago (Oct 24, 2023 10:59)

ความผันผวนของตลาดหุ้นและการคาดการณ์รายได้ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา S&P 500 เผชิญกับวันที่วุ่นวายจากปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อตลาดหุ้น รวมถึงความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และการปรับตัวขึ้นของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี การบริการ และภาคสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งถูกถ่วงดุลจากการปรับตัวลดลงในภาคพลังงาน การเงิน วัสดุพื้นฐาน แลโทรคมนาคม ในขณะที่นักลงทุนจับตามองไปที่การเปิดเผยรายงานผลประกอบการรายไตรมาสจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในปลายสัปดาห์นี้

โดยก่อนหน้านี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นในช่วงสั้นๆ ทะลุ 5% และทำสถิติสูงสุดในรอบ 16 ปี ก่อนที่จะถอยตัวกลับในเวลาต่อมา ส่งผลให้ดัชนีหุ้นมีการซื้อขายที่หลากหลาย ในขณะที่ตลาดน้ำมันยังคงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตะวันออกกลาง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น บวกกับความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลางในวงกว้าง ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ในขณะที่รายงานผลประกอบการของบริษัทสำคัญๆ และข้อมูลเงินเฟ้อที่สำคัญมีกำหนดเปิดเผนตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ซึ่งแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมนี้ได้ส่งผลให้ตลาดตราสารทุนทั่วโลกปรับตัวลดลง แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบเจ็ดเดือน

ทั้งนี้ ในสัปดาห์นี้ เกือบหนึ่งในสามของบริษัทที่จดทะเบียนใน S&P 500 คาดว่าจะเปิดเผยรายงานผลประกอบการ และ 73% ของบริษัทดังกล่าวถูกคาดการณ์ว่าอัตรากำไรต่อหุ้น (EPS) จะออกมาดีกว่าที่คาดไว้

โดย Microsoft Corporation และ Alphabet มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาสเดือนกันยายนในวันอังคาร ซึ่งดึงดูดความสนใจในตลาดอย่างมาก ตามมาด้วยรายงานจากบริษัทใหญ่ๆ อย่าง Meta Platforms, International Business Machines (IBM), Amazon และ Intel ในวันต่อมา

ในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ นักลงทุนต่างเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นหลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงประมาณการการเติบโตของ GDP ในไตรมาสที่สามและดัชนีรายจ่ายการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากตัวเลขดีเกินความคาดหวังของตลาด

โดย GDP ของสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะยังคงเน้นย้ำถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สำคัญ จากแรงผลักดันจากความต้องการของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง แม้ว่าจะมีสัญญาณของภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่ตลาดแรงงานที่ฟื้นตัวยังคงความเสถียร จึงคาดว่าอาจส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวมยังสามารถปรับฐานขึ้นสูงได้อยู่บ้างในระยะนี้ โดยแนวโน้มขาขึ้นยังคงถูกจำกัดในระยะยาว

ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (5H) CFD US 500 [S&P 500]

แนวต้านสำคัญ : 4240.3, 4247.5, 4259.1

แนวรับสำคัญ : 4217.1, 4209.9, 4198.3                   

5H Outlook

วิเคราะห์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มา: Investing.com                                               

Buy/Long 1 หากมีการแตะแนวรับที่ช่วงราคา 4199.1 - 4217.1 แต่ไม่สามารถเบรกแนวรับที่ 4217.1 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 4243.1 และ SL ที่ประมาณ 4190.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Buy/Long 2 หากสามารถเบรกแนวต้านที่ช่วงราคา 4240.3 - 4258.3 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 4270.0 และ SL ที่ประมาณ 4208.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้                 

Sell/Short 1 หากมีการแตะแนวต้านที่ช่วงราคา 4240.3 - 4258.3 แต่ไม่สามารถเบรกแนวต้านที่ 4240.3 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 4212.7 และ SL ที่ประมาณ 4267.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Sell/Short 2 หากสามารถเบรกแนวรับที่ช่วงราคา 4199.1 - 4217.1 ได้ อาจตั้ง TP ที่ประมาณ 4185.0 และ SL ที่ประมาณ 4249.0 หรือตามความเสี่ยงที่รับได้

Pivot Points Oct 24, 2023 10:33AM GMT+7

Name
S3
S2
S1
Pivot Points
R1
R2
R3
Classic 4182.3 4198.3 4212.7 4228.7 4243.1 4259.1 4273.5
Fibonacci 4198.3 4209.9 4217.1 4228.7 4240.3 4247.5 4259.1
Camarilla 4218.8 4221.6 4224.4 4228.7 4230 4232.8 4235.6
Woodie's 4181.7 4198 4212.1 4228.4 4242.5 4258.8 4272.9
DeMark's - - 4205.5 4225.1 4236 - -

Sources: Investing 1Investing 2

______________________________
อัพเกรดความรู้เพิ่มเติม: Blog
รู้เท่าทันข่าว&สถานการณ์โลก: News
บทวิเคราะห์เชิงเทคนิคขั้นสูง: Analysis
Tags:

TECHNICAL ANALYSIS

ARTICLES