×

กลยุทธ์การเทรดแบบต่างๆในตลาดหุ้น และฟอเร็กซ์

post-slider
Create at 1 year ago

การเทรด หรือการซื้อขายทั้งในตลาดหุ้น และตลาดฟอเร็กซ์ ล้วนแต่ต้องอาศัยกลยุทธ์ต่างๆในการเทรดทั้งสิ้น เพราะถ้าหากปราศจากกลยุทธ์เหล่านี้ คุณก็จะเทรดแบบสะเปะสะปะไม่มีการวางแผนใดๆ และอาจจะทำให้คุณขาดทุนได้ง่ายๆ และในวันนี้เราจะมาพูดถึงกลยุทธ์การเทรดที่มีในตลาดหุ้น และตลาดฟอเร็กซ์ และผู้เขียนจะขออธิบายเกี่ยวกับกลยุทธ์ต่างๆแบบพอสังเขปให้ได้เห็นภพมากขึ้น และกลยุทธ์ที่มีในตลาดหุ้น และตลาดฟอเร็กซ์นั้น โดยผู้เขียนจะแบ่งกลยุทธ์ออกเป็นสองกลุ่มคือ กลยุทธ์ที่ใช้เทรดปกติ และ กลยุทธ์ที่ใช้ในการแก้การซื้อขายที่ขาดทุน ซึ่งจะมีกลยุทธ์ใดบ้างเราไปดูกันเลยครับ

กลยุทธ์ที่ใช้เทรดปกติ

1. Scalping คือกลยุทธ์การเทรดแบบสั้นๆที่เน้นทำกำไรเร็ว โดยอาจจะมีจุดทำกำไรอยู่ที่ 20-100 จุด ซึ่งคนที่ใช้กลยุทธ์นี้เชื่อว่าการเทรดในช่วงสั้นๆแบบนี้มีความปลอดภัย และเห็นผลกำไรทันที แต่ข้อเสียก็คือต้องแลกมากับเวลาที่ต้องเฝ้ากราฟมากกว่ากลยุทธ์อื่นๆ

2. Day trade คือ การเทรดแบบคาดหวังการทำกำไรแบบวันต่อวัน ไม่ถือออร์เดอร์ข้ามคืน ซึ่งก็จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับ Scalping แต่จะมีช่วงเวลาในการทำกำไรที่มากกว่านั้นเอง

3. Swing trade คือ การที่คาดหวังการทำกำไรจากทุกการเคลื่อนที่ของกราฟโดยอาจอาศัยรูปแบบคำสั่ง Pending เพื่อรอให้กราฟเคลื่อนที่ไป และเปิดคำสั่ง Buy หรือ Sell โดยคาดหวังการทำกำไรในระยะสั้นๆ

4. Trend trading คือ การเทรดโดยการหาแนวการเคลื่อนที่ของกราฟ ว่ากราฟมีแนวโน้วในการเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด และเราเข้าเทรดตามแนวการเคลื่อนที่ของกราฟ อาจจะเรียกง่ายๆว่าเล่นตามเทรนด์ โดยระยะในการทำกำไรขึ้นอยู่กับรูปแบบของเทรนด์นั้นๆ ว่ามีระยะมากน้อยเพียงใด โดยคนใช้กลยุทธ์การเทรดแบบนี้ เชื่อว่าการเทรดตามเทรนด์นั้นเป็นการเทรดที่มีความปลอดภัยสูง จนมีคำพูดที่ว่า “เทรนด์คือเพื่อนของคุณ” เลยทีเดียว

กลยุทธ์ที่ใช้ในการแก้การซื้อขายที่ขาดทุน

1. Martingale หากพูดถึงการแก้ไม้การเทรดแบบ Martingale คนโผล่มาเป็นอันดับแรก เนื่องจากการใช้ง่ายของกลยุทธ์นี้อาศัยเพียงแค่เงินทุนจำนวนมากจึนได้รับความนิยมอย่างมากในหมูนักลงทุน การเทรดแบบ Martingale ทำได้โดยการเมื่อคุณขาดทุน 1 หน่วย ก็ทำการซื้อขายให้ได้กำไรมากกว่าจำนวนที่ขาดทุน 2 เท่า ยกตัวอย่างเช่น คุณออกออร์เดอร์ EUR/USD 1 Lot และขาดทุน 100$ ในครั้งต่อไปที่คุณออกออร์เดอร์ คุณต้องออกออร์เดอร์ 2 Lot และคาดหวังกำไรให้ได้มากกว่า 100$ เพื่อให้ได้เงินที่คุณเสียไป และได้กำไรอีกบางส่วน

2. Hedging คือ การป้องกันการขาดทุนโดยสมบูรณ์เพราะมันคือการที่คุณ Buy และ Sell ในคู่เงินเดียวกัน และจำนวน Lot ที่เท่ากัน เพื่อป้องกันการล้างพอร์ตในกรณีที่คุณเกิดทำพลาด หรือตลาดมีสภาวะผันผวนอย่างรุนแรง

ที่กล่าวไปทั้งหมดข้างต้นก็คือกลยุทธ์การเทรดแบบต่างๆ รวมถึงกลยุทธ์การแก้ไม้เมื่อขาดทุน และในบทความนี้ผมจะยังไม่ลงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์ต่างๆ เพราะคงมีรายละเอียดที่เยอะมาก โดยผมจะรายละเอียดต่างๆไว้ในบทความถัดไป และในส่วนของวันนี้ก็ต้องขอตัวลาไปก่อนครับสวัสดีครับ

Tags: